บทที่ 3 เจอกันอีกครั้ง
แฟ้มเอกสารสำคัญที่คนเป็นนายต้องการ ถูกวางลงตรงหน้าเจ้านายโดยลูกน้องโปรด ที่มักจะถูกเรียกมาใช้งานมากกว่าคนอื่นที่ทำงานร่วมกันในภาคส่วนนี้
‘อิงดาว’ ยืนสงบเสงี่ยม ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมานอกจากรอให้เจ้านายหนุ่มหยิบเอกสารทุกอย่างขึ้นมาตรวจสอบ
ไม่สนใจสายตาคมกริบของเขาที่จดจ้องใบหน้านวลของเธอ หรือแม้แต่ท่าทีแข็งกร้าวยามที่อยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
เธอตกลงกับตัวเองรู้เรื่องแล้ว ว่าจะไม่เอาเรื่องส่วนตัวที่เคยเกิดขึ้นระหว่างกันมาปะปนในงาน ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาพูด เพื่อให้เธอยอมอธิบายถึงเหตุผลของการจากลาก็ตามที
การจากลา...ที่เธอไม่ได้มีแม้แต่โอกาสจะได้ลา อย่างที่หัวใจอยากทำ การจากลานั้น...ที่พัดพาเอาความรักครั้งใหม่ติดมาโดยที่เธอเองก็ไม่ทันตั้งตัว
“วันนี้ทำงานเสร็จไวกว่าที่คิดนะ”
เจ้านายหนุ่มจงใจเปรยประโยคนั้นออกมา แม้จะรู้ว่าหากเงยหน้าขึ้นมา เธอจะทำเมินเฉยราวกับคนไม่ทุกไม่ร้อนก็ตาม
“และเกือบสองเดือนที่ผ่านมานี้ อิงก็ทำงานดีขึ้นมาก”
“ขอบคุณค่ะ”
“แค่ขอบคุณแค่นั้นเหรอ?”
เขาแกล้งถาม ถือเป็นหนึ่งความสุขเล็กๆ ยามที่ได้อยู่กันเพียงลำพัง ในเมื่อเธอชอบบ่ายเบี่ยงที่จะพูด เขาก็แค่หาเรื่องชวนคุย
“ไม่มีอย่างอื่นอยากจะพูดกับพี่บ้างหรือไง ไม่คิดกันบ้างเหรออิงดาว?”
คนฟังมองเจ้าของเรือนผมประกายทองอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าเขามาไม้ไหน เพราะยังไม่ทันได้สบตา จึงไม่รู้ว่าเรื่องที่เขาพูดนั้น จงใจพูดขึ้นมา หรือว่าพูดเล่นไปตามประสา เพื่อยั่วอารมณ์เธอ
“อันที่จริงก็มีเรื่องที่อิงอยากพูดค่ะ”
เธอบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำให้ ‘โอบนิธิ’ หนุ่มลูกครึ่งวัยสามสิบหกปี ต้องเงยหน้ามองคนตัวเล็กอยู่พักใหญ่ ไม่ชอบท่าทีเมินเฉยของเธอนัก แต่ก็ไม่รู้จะทำสิ่งใดมากไปกว่านี้ได้
นอกจากหาเรื่องมายั่วยุให้อิงดาวยอมพูดหรือรู้สึกว่าต้องพูด ด้วยหวังว่าเธอจะยอมเปิดใจคุยกับเขาเหมือนเก่าก่อนบ้าง แต่ไม่ว่าจะยั่วอย่างไร เธอก็นิ่งเฉยเสียจนบางครั้งเขายังนึกหงุดหงิด
เขาแค่อยากให้เธอพูดดีด้วย อยากให้อิงดาวยิ้มให้เขาเหมือนอย่างเคย อยากมีเวลาร่วมกันเหมือนครั้งอดีต
เวลา...ที่เคยเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
เวลานั้น...ที่ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง เธอถึงจากลาไปไกล ไปในที่ที่เขาไม่เคยหาพบ แม้ว่าจะเพียรหาอยู่ตลอดเวลาก็ตาม
หากไม่ใช่เพราะปัญหาที่อิงดาวขอความช่วยเหลือตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อน ในวันนี้...ก็คงไม่มีเธออยู่ใกล้ๆเหมือนที่กำลังเป็นอยู่
“เรื่องอะไร?”
“อิงอยากให้พี่โอบหักเงินคืนไปสักที”
คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะสบตาเขาตรงๆ เมื่อเห็นว่าใบหน้าคมเข้มนั้น ฉายแววไม่พอใจออกมา
“เงินที่อิงเคยยืมมา พี่โอบควรจะหักคืนได้แล้ว”
“พี่บอกแล้วไงว่าจะไม่หัก และอิงต้องทำตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ให้ครบเท่านั้น”
“แต่เงินเดือนที่คุณโอบให้ กับเงินส่วนเกินที่โอนเข้ามาในแต่ละเดือนมันก็มากเกินกว่าที่อิงควรจะได้รับ”
“ไม่ดีหรือไง ผัวออกจะใจป้ำขนาดนี้”
“แต่อิงอยากใช้หนี้ให้หมด” เธอตอบเสียงแข็ง มองข้ามคำที่เขาจงใจย้ำ
“พี่บอกอิงไปแล้วไง ว่าพี่ไม่รับเป็นเงิน!”
เขาตอบเธอด้วยน้ำเสียงติดดุ เคยคุยเรื่องนี้กับอิงดาวหลายครั้งแล้ว ว่าเขาไม่ได้ต้องการเงินจำนวนนั้นคืนมา
เพราะสิ่งที่เขาต้องการ...คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างหาก!
คนที่พยายามไขว่คว้าเธออีกครั้ง แต่ช่องว่างระหว่างกันกลับมีมากเสียจนบางครั้งเขาก็ใจเสีย เขาไม่เคยเข้าใจว่าอิงดาวมีปัญหาอะไร เพราะถามเท่าไหร่เธอก็ไม่ยอมปริปากพูด
อิงดาวหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพนักงานเก่าแก่ในบริษัทหากไม่จำเป็น เธอไม่เฉียดกายไปใกล้ในสถานที่ที่มีผู้คนมากๆ หรือแม้แต่สถานที่ที่จะเจอคนรู้จักของเขาที่เธอเคยเจอสมัยเป็นแฟนกัน
นั่น...คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาสงสัย ว่าการจากไปของเธอในวันนั้น คุณยายวรรณี...ยายของเขามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า?
ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าท่านวางแผนทำอะไร เพียงแต่ไม่เคยจับได้คาหนังคาเขา และอิงดาวก็ไม่เคยบอกเล่าว่าคนเหล่านั้นมาวุ่นวายกับเธอหรือไม่
เมื่อถามแล้วเธอไม่พูดอะไร ในหลายๆ ครั้งเขาจึงให้เหตุผลกับตัวเองว่ามันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นลับหลังเขา
